ท่องเที่ยวส่งท้ายปี 2009

posted on 31 Dec 2009 00:31 by hippo-et-payoon

หลังจากที่เรียนปีสอง มาได้จะเทอมแล้ว เหน็ดเหนื่อยกับการสอบมามาก

ปิดเทอมช่วงปีใหม่นี้ก็เลยวางแผนไปเที่ยว ล่วงหน้าเกือบสองเดือน ฮ่าๆๆ

 

การไปเที่ยวครั้งนี้ประกอบไปด้วย คนไทยเจ็ดคน และฝรั่งเศสหนึ่งคน รวมกันก็เป็นแปด หุหุ นับเลขเก่งจริง

กำหนดการไปเที่ยวครั้งนี้คือ

20-22 ไปเที่ยวกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

22-24 ไปกรุงบูดาเปส ประเทศ ฮังการี

24-25 เที่ยวเล่น ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แห่งหมู่เฮานี่แหละคร่า

 

เริ่มต้นวันแลก ออกเดินทางจากเมือง st nazaire  ไปสนามบิน CDG 2 ด้วยรถไฟความเร็วสูงของฝรั่งเศส TGV

เวลาเดียวกันกับครั้งที่ไปเที่ยว ปราก

พอรถไฟวิ่งใกล้จะถึงสนามบิน เราก็เปิดเช็ค ดูว่าจะต้องไปขึ้นที่ เทอมินอล ไหน พอรถไฟที่เราจะไปลงมันเป็น

เทอมินอลสอง ซึ่งคราวที่แล้วเราก็ขึ้นจากที่นี่ไปปราก แต่ปรากฏว่าเป็น สาม ค่ะ พี่น้อง ซึ่ง ปกติแล้ว 

เวลาเรานั่งรถไฟที่มาจากปารีสมันจะผ่าน ทอมินอลหนึ่งหะสามก่อน แล้ว ค่อยมาลงที่เทอมินอลสอง

ตอนนั้นก็ไม่รู้เนอะ ว่าระบบสนามบินมันเป็นขั้นไหน เพราะปกติ ก็ไปไหนมาไหนก็ใช้แต่ตรงนี้ ก็เลยเกิดการกังวลว่าเราจะไปเช็ดกระเป๋าทันรึป่าว

พอรถไฟถึงสถานี้ ก็เดินขึ้นไปที่สนามบิน เห็นป้ายบอกทางไป เทอมินอล สาม ก็ไปตามป้าย แล้วมันบอกให้ลงไปในช่องเล็กๆซึ่งเป็นทางที่แบบ ไม่น่าลงไปอ่า แต่ไหนๆป้ายก็บอก ลองลงไปก็ได้ว่ะ พอลงไป ก็เจอเป็นรถไฟที่วิ่งในสนามบิน แบบ ตอนนั้น โอ้ว มากอ่ะ นึกถึงประเทศไทย ไปถึงไหนต่อไหน ที่เค้าบอกว่าเราจะเป็นอันดับหนึ่งในอีกไม่กี่ปี แต่ดูจากตรงนี้ ชักไม่แน่ใจ อ่ะว่ากันต่อ รถไฟขบวนนี้ก็จะวิ่งจาก เทอมินอล ไปที่จอดรถ แล้วก็ไปอีเทอมิล แบบนี้สลับกันไป

เมื่อรถไฟถึงเราก็ลง นึงว่าถึงแล้ว ก็คิดเร็วดีเนอะ ใกล้แค่นี้เองทำไมต้องมีรถไฟจอดสองสถานีด้วย

แต่พอเดินออกมามันไม่เป็นเช่นนั้น ไม่มีเทอมินอลคร่า มีแต่ป้ายบอกให้เดินไป ทางโน้นทางนี้ ต้องออกไปเดินทางข้างนอก ข้างนอกนี่คือนอจริงๆน่ะ ลากกระเป๋า ผ่านหิมะ ลื่นด้วยหนาวด้วย แถมไกล มีข้ามถนน ลอดอุโมงค์

แต่สุดท้ยก็ถึง ไปถึงที่นั่นก็มีเพื่อนส่วนหนึ่งมาถึงนั่นรอเราอยู่แล้วก็เลยไม่เหงา คุยกันใหญ่เลย แล้วก็พากันไปโหลดกระเป๋า

เครื่องบินออกสามทุ่มกว่าๆ ถึงสนามบินเวียยนาออสเตรีย สีทุ่มกว่า ก็รีบไปเอากระเป๋า เพราะเพื่อนบอกว่ารถไฟเที่ยวสุดท้ายจะมาในอีกเจ็ดนาที เราก็โอเคสบาย แต่มันไม่เป็นเช่นนั้นค่ะ กระเป๋าที่มันมาล็อดแรกไม่มีของเราแล้วไอ้ที่มันค้างอยู่ในสายพานกันก็วิ่งวนเข้าออกประมาณสามรอบ ซึ่งแบบ สายพานมันก็ไม่ใช่สั้นๆอ่ะ รอจนตาลาย

แล้วก็รู้สึกผิดว่ากรูพาเพื่อนช้าเลย ทำไงดี พอได้กระเป๋าก็เดินไปหาเพื่อนๆ เพื่อนก็บอกว่ายังมีอีกขบวนเที่ยวสุดท้ายพอดี ก็เลยรีบลงไปซื้อตั๋ว

คนที่นี่พูดภาษา เยอรมัน ใช้เงินสกุล ยูโร  เด็กไทยเจ็ดคน พูดไม่เป็น เวลาคับขับก็อังกฤษกันไป แต่เพื่อนฝรั่งเศส พูดได้เพราะเรียนเป็นภาษาที่สอง ก็ดูแลพวกเราไปอิอิ

 

อากาศหนาวมากถึงหนาวที่สุด ไม่เคยเที่ยวแล้วหนาวขนาดนี้มาก่อนเลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปตัวเองเพราะรับไม่ได้กับสภาพที่เกิดขึ้น เพราะยัดอะไรใส่เข้าไปนักก็ไม่รู้ จากว่าอ้วนอยู่ก็เป็นโคตรอ้วนเลย เจ๊รับไม่ได้

ภาพส่วนหนึ่งของความประทับใจที่ไปเที่ยว คราวนี้

 

 

เริ่มต้นด้วยภาพภาพในเครื่องบินเล็ก ของสายการบิน นิกิ น่าจะเป็นเครื่อง A320 ถ้าจำไม่ผิดน่ะ
ที่รับกระเป๋า ภายในสนามบิน
แอร์พอตลิงค์ในเที่ยวสุดท้าย
บรรยากาศภายใน ไม่ชัดแต่อยากให้ดู
รูปปั้นสถานที่ต่างๆในเมือง
ภายในโรงละคร โอเปร่า
ครั้งนี้ที่ดูเป็นละครเพลง อ่านซับเอาเพราะฟังไม่รู้เรื่อง ละครสนุกมาก ประทับใจสุดๆ
ประโยค ที่เราจำขึ้นใจเลย คือแปลแล้วประมาณว่า
เค้าบอกว่า หากชายคนไหนให้ดอกกุหลาบกับหญิงสาว ณ ที่ เมือง tyrol ก็เหมือนกับว่าเราได้มอบตัวเรา
ทั้งชีวิตและจิตให้ ให้กับหญิงสาวคนนั้นด้วย
ซึ่งแบบว่านักแสดง และบรรยากาศมันทำให้เราอินเป็นที่สุดจนอยากรู้ว่าเมืองนี้มันเป็นอย่างไร
กลับมาบ้านเปิดดูในเวบ โอ้วแม่เจ้า สวยยิ่งกว่าที่คิดอีก และแล้วเราก็มีความฝันขึ้นมาอีกว่า
อยากมีคนให้ดอกกุหลาบเราที่นี่บ้าง จะมีวันนั้นไหมน้า

อาหารขึ้นชื้อของที่นี่ เป็นหมูทอดกินกับสลัดมันฝรั่ง ขอบอกว่าอร่อยมากๆๆๆๆๆ

 

นี่คือการเที่ยวช่วงแรกๆของเรา